2 ตุลาคม 2552 : วันฟ้าครึ้ม
อากาศเริ่มเย็นแล้ว พึ่งรู้สึกจริงจังก็วันนี้เอง เมื่อกลางวันนั่งอยู่ำใต้ตึกศิรินธรลมพัดแรงมาก เล่นเอาขนลุกเลย อ่านหนังสือไปก็ต้องนั่งงอตัวห่อไหล่ไป ขนาดนั้นก็ยังอุตส่าห์นั่งอยู่ได้ตั้งหลายชั่วโมง(แอบเหล่สาวด้วยเฮอะ) บ่ายสามก็เข้าห้องสอบ...
เศรษฐศาสตร์ วิชาที่ว่าด้วยการจัดสรรทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัดเพื่อให้ได้ประโยชน์สูงสุดและคุ้มค่าที่สุด แล้วสอบไปวันนี้ นิสาได้อะไรกลับมาบ้างหนอ?
ออกจากห้องสอบด้วยอาการสะลึมสะลือ จะอ้วกมิอ้วกแหล่ แล้วก็ไปเลี้ยงชาบูน้อง หมดไปพันกับอีกสองบาท แล้วก็เดินย่อย ได้ยาทาเล็บกับรองพื้นมาอย่างละนิดละหน่อย กลัีบเข้าห้อง นั่งหน้าคอม อืม...ชีวิต
.
.
.
วันก่อนนู้นคุณเพื่อนแถวบ้านโทรมาหาเพราะพึ่งได้เบอร์ใหม่จากแม่ ถามว่าเรียนเป็นไงบ้าง นิสาก็ตอบว่าดี มันก็ว่าแค่นี้ชาวบ้านชาวเมืองเขาก็ลือกันให้แซ่ดว่าเก่งแล้วจะเอาอะไรอีก ก็เลยตอบไปว่า "นิสาไม่ได้เรียนให้คนเขาเอาไปลือ นิสาเรียนเพราะอยากเรียนให้มันคุ้มกับที่เอาภาษีชาวบ้านเขามาจ่ายค่าเทอมเท่านั้นเอง" มันก็เงียบไปแล้วเลยชวนคุยเรื่องอื่น ไม่รู้เหมือนกันว่าโทรมาทำไม ไม่ได้มีจิตใจเสน่หาอะไรด้วยเลย ต่างคนต่างอยู่ไม่ดีกว่าหรือ? ไม่ได้อคติแต่ฟังคำคนพูดเราก็รู้หรอกใครจริงใจใครไม่จริงใจด้วย เพราะงั้นก็อย่าโทรมาอีกน่าจะดีกว่า
.
.
.
ณ ตอนนี้นิสาหลงรักผู้ชายหนึ่งคน เขาไม่มีตัวตน จับต้องไม่ได้ ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าหน้าตาเป็นยังไง แต่นิสาก็รักในความสุดขั้วที่ขัดแย้งกันในตัวเอง รักในความรักตัวเองของเขา รักในความว่างเปล่าของเขา รักทุกสิ่งทุกอย่างที่ประกอบเป็นตัวเ่ขา ใครจะหาว่าเพี้ยนว่าบ้าไหมหนอที่หลงรักผู้ชายไม่มีตัวตนคนนั้น หรือใครจะหาว่าบ้าเพราะความรัก...ก็ช่างหัวมันเถอะ
.
.
.
สุดท้ายก่อนจบ...
สี่วิชาที่สอบมา นิสาหวังเหลือเกินให้ได้เอ แต่ถ้าไม่ได้ก็คงไม่ถึงตาย เต็มที่กับชีวิตแล้วนี่...ใช่มั้ย?
ป.ล. ฉันยังมีคำถามกับตัวเองทุกครั้งที่มองสบตา ทั้งที่ก็มีอะไรแสดงออกตั้งมากมาย แต่ทำไมฉันถึงไม่เคยเห็นความรักในนั้นเลย...ทำไม?
ป.ล. สอง ก็บอกแล้วว่าที่เขียนมานี่มัน..ไม่มีอะไร..เลย
สมัครสมาชิก:
ส่งความคิดเห็น (Atom)

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น